"SAAM" หุ้นไอพีโอน้องใหม่

ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอิสระสัญชาติไทย เจ้าแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมกางโมเดลธุรกิจสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว โชว์มาจิ้นสุดสวย

นายพดด้วง คงคามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAAM หุ้นไอพีโอน้องใหม่ ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอิสระสัญชาติไทย เล่าธุรกิจหลักทั้ง 3 โชว์โมเดลธุรกิจสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ต้อนรับปีใหม่

SAAM เริ่มธุรกิจมาอย่างไร

คุณแม่ทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปญี่ปุ่น และคุณพ่อทำธุรกิจการ์เม้นท์ ส่งไปที่ห้างวอลมาร์ท หลังจากเรียนจบ Master of Science in Management Texas A&M University ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กลับมาทำธุรกิจกับคุณแม่ และคุณแม่ได้ยกธุรกิจให้ แต่ผมมองว่าแนวโน้มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มีการแข่งขันสูง ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่ราคาขายสินค้ากลับลดลง ทำให้ตัดสินใจขายธุรกิจเฟอนิเจอร์ และเริ่มมองหาธุรกิจที่มีรายได้เข้ามาอย่างแน่นอนและต่อเนื่องในระยะยาว หรือ Passive Income โดยได้มองธุรกิจการทำอพาร์ทเม้นท์ แต่เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วการทำธุรกิจให้เช่าอพาร์ทเม้นท์ก็ยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องผู้เช่า และการดูแลซ่อมบำรุงต่างๆ โดยในที่สุดก็ได้รู้จักกับทางผู้บริหารของบริษัท บางกอกโซลาร์ จำกัด (BSC) ผู้ผลิตแผงโซลาร์ในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ และได้เริ่มทำธุรกิจร่วมกัน โดยบริษัทได้ก่อตั้งขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2550 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 ล้านบาท โดยลักษณะการทำธุรกิจเป็นการดำเนินธุรกิจร่วมกับ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด (BSP) โดยบริษัทเป็นผู้จัดหาที่ดินและสายส่งที่เหมาะสม และ BSP จะมาลงทุนก่อสร้างและดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าในที่ดินของบริษัท โดยบริษัทจัดเก็บค่าบริการเป็นรายเดือนภายใต้สัญญาระยะยาว 20-25 ปี ทำให้เกิดธุรกิจกลุ่มที่ 1 ธุรกิจจัดหาสถานที่ตั้งและให้บริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และในตอนนี้มีโครงการที่ดำเนินการร่วมกับ BSP จำนวน 17 โครงการ บนพื้นที่กว่า 750 ไร่ ทำให้เรามีรายได้ที่มั่นคงและแน่นอนในระยะยาวตามอายุสัญญา 20-25 ปี และต่อมาพอบริษัทเริ่มมีเงินทุน เราจึงมองหาธุรกิจที่จะมาจ่ายค่าใช้จ่ายภายในองค์กร โดยได้ลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้โครงการ SAAM-SP1 จำนวน 2 เมกะวัตต์ (MW) ระบบ FiT ที่อัตรารับซื้อ 5.66 บาท โดยเริ่ม COD เมื่อเดือน ธันวาคม 2558 ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากการดำเนินงาน มีฐานรายได้และกำไรที่แน่นอนในระยะยาวตลอดอายุสัญญา

ตอนนี้ธุรกิจของ SAAM มีอะไรบ้าง

ตอนนี้บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย และลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจ แบ่งเป็นธุรกิจที่ 1. ธุรกิจจัดหาสถานที่ตั้งและให้บริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยร่วมกับลูกค้า โดยได้รับค่าตอบแทนจากการให้บริการภายใต้สัญญาระยะยาว 20 ถึง 25 ปี จำนวน 17 โครงการ บนพื้นที่กว่า 750 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพชรบุรี ลพบุรี อุบลราชธานี และประจวบคีรีขันธ์ ธุรกิจที่ 2. ธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และธุรกิจที่ 3. ธุรกิจลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยปัจจุบันเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้โครงการ SAAM-SP1 ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมีปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 2 เมกะวัตต์ (MW)

ทำไม SAAM ถึงเข้าไปบุกเบิกพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่น

การที่บริษัทเข้าไปพัฒนาโครงการในประเทศญี่ปุ่น เพราะมองว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ประกอบกับพื้นฐานครอบครัวเดิมเคยทำธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น จึงมีความเข้าใจการทำธุรกิจเป็นอย่างดี ซึ่งเริ่มไปในปี 2559 ในขณะนั้นเราเห็นถึงแนวโน้มของธุรกิจโซลาร์ฟาร์มที่เริ่มให้ผลตอบแทนที่ลดลง ทำให้เราหันไปศึกษาและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล หรือไบโอแมสในประเทศญี่ปุ่น ที่มีอัตราการรับซื้อไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูง เราใช้เวลาในการเข้าไปศึกษาและพัฒนาโครงการในประเทศญี่ปุ่นกว่า 2 ปี จนวันนี้ เราได้รับอนุมัติใบสนับสนุนค่าไฟฟ้าระบบ FiT ที่อัตรารับซื้อ 24 เยน มา 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ SAAM Oita 01 Biomass Power และโครงการ SAAM Oita 02 Biomass Power ปริมาณกำลังการผลิตติดตั้งโครงการละ 19.90 เมกะวัตต์ (MW) และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลโครงการอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้พัฒนาโครงการผ่านบริษัทย่อยที่ถือเงินลงทุนโดย SAAM Japan Energy GK (“SJE”) ที่จัดตั้งในประเทศญี่ปุ่น อีกจำนวน 6 บริษัท

"โมเดลธุรกิจของเราไม่ได้เป็นผู้ดำเนินกิจการ หรือเรียกว่าโอเปอเรเตอร์ ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า แต่เราเป็นดีเวลลอปเปอร์ หรือผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอิสระ ทั้งในและต่างประเทศ เรามีความรู้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยจะเริ่มจากการติดต่อสรรหาที่ดินและระบบสายส่งที่เหมาะสม ตลอดจนดำเนินการขอใบอนุญาตต่างๆ ในการประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อาทิ ใบสนับสนุนค่าไฟฟ้า ใบอนุญาตก่อสร้าง และหนังสือแจ้งผลการพิจารณาวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เป็นต้น เมื่อเราพัฒนาจนเป็นโครงการพร้อมก่อสร้าง เราจึงทำการโอนขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยของเราให้แก่ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเข้าดำเนินการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าภายใต้บริษัทย่อยดังกล่าวต่อไป และในอนาคตหากบริษัทมีรายได้การพัฒนาโครงการดังกล่าวก็จะนำเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนเพื่อซื้อที่ดินให้ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้ามาเช่าและใช้บริการในที่ดินของบริษัท คล้ายกับกิจการนิคมอุตสาหกรรมของผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแบบครบวงจร" นายพดด้วง กล่าว

มีจุดเด่นอะไรบ้างที่จะทำให้นักลงทุนสนใจ

ธุรกิจของเราถือเป็นธุรกิจใหม่ที่จะเข้าตลาดทรัพย์ฯ เพราะยังไม่มีใครที่ทำธุรกิจในรูปแบบนี้ในตลาดทรัพย์ฯ อีกทั้งยังมีจุดเด่นของแนวทางการดำเนินธุรกิจซึ่งจะใช้วิธี Success Fee เพื่อชะลองวดการชำระเงินและลดภาระผูกพันหากพัฒนาไม่สำเร็จ ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการลดความเสี่ยงให้กับบริษัท รวมทั้งยังเป็นการคัดเลือกพันธมิตรไปด้วย และในธุรกิจที่ 1 ยังมีรายได้ที่มั่งคงตามอายุสัญญาระยะยาว ส่วนในธุรกิจที่ 3 ยังมีการนำกระแสเงินสดที่ได้รับจากการขายไฟฟ้ามาเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารภายในองค์กร และธุรกิจของเรายังไม่ต้องกังวลถึงปัญหาความเสี่ยงจากการดำเนินงานโรงไฟฟ้า เช่น ปริมาณขายไฟฟ้า หรือประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า ทำให้การผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามคาดการณ์ แต่บริษัทมีการทำสัญญาที่ต้องจ่ายในรูปแบบคงที่ทุกเดือนตลอดอายุสัญญา ทำให้บริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่มั่นคงและแน่นอน ส่วนจุดเด่นอีกอย่างคือนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท หากกิจการมีกระแสเงินสดที่เพียงพอ

วัตถุประสงค์ในการระดมทุน

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นการต่อยอดในการสร้างโอกาสพัฒนาโครงการในต่างประเทศ และจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ SAAM จำนวน 80 ล้านหุ้น กำหนดราคาอยู่ที่หุ้นละ 1.80 บาท โดยจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 24-27 ธันวาคม 2561 และคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ต้อนรับปีใหม่ช่วงต้นเดือน มกราคม 2562 และวางแผนระดมทุน เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น และเข้าร่วมลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รวมถึงใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมของสถาบันการเงิน และที่เหลือบริษัทจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 110.0 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 319.4 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 173.4 ล้านบาท มีอัตราหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.84 เท่า โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน บริษัทมีกำไรขั้นต้นร้อยละ 71.2-73.3 และอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 25.2-41.8